ข้อบังคับม.กาฬสินธุ์ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา พ.ศ.2561       ข้อบังคับม.กาฬสินธุ์ ว่าด้วยเครื่องแบบ เครื่องหมายและเครื่องแต่งกายของนักศึกษา พ.ศ.2560       แนวปฏิบัติการรับสมัครและรายงานตัวเข้ารับการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปี 2561       แนวปฏิบัติ การขอผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปีการศึกษา 2561       ปฏิทินกู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พื้นที่นามน ปีการศึกษา 2561       คู่มือการกู้ยืมกองทุน กยศ. และกองทุน กรอ. ปีการศึกษา 2561       บัญชีรายชื่อนักศึกษา ซึ่งมีสิทธิได้รับการผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี พ.ศ. 2561       ประกาศรายชื่อนักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้มีสิทธิ์กู้ยืมกองทุน กยศ.และ กรอ ประเภทผู้กู้รายเก่าของมหาวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 ครั้งที่ 2       ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม กองทุน กยศ กรอ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560       กำหนดการโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ปีการศึกษา 2559     
       เมนูหลัก
       งานกองทุนให้กู้ยืม
       งานกิจกรรมพัฒนานักศึกษา
       งานทุนการศึกษาทั่วไป
       งานหอพักนักศึกษา
       งานเวชศึกษาและพยาบาล
       งานกีฬาและนันทนาการ
       งานนักศึกษาวิชาทหาร
       งานแนะแนวอาชีพและจัดหางาน
       งานศิษย์เก่าสัมพันธ์ KSUAR
       องค์การนักศึกษา
       เพื่อนบ้านพัฒนานักศึกษา
       ลิงค์ที่น่าสนใจ
     สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
  ขณะนี้ออนไลน์ :  1
  เยี่ยมชมวันนี้ :  197
  เยี่ยมชมเดือนนี้ :  3,052
  เยี่ยมชมปีนี้ :  35,381
  เยี่ยมชมทั้งหมด :  542,395
  IP :  54.198.104.202
  เริ่มนับวันที่  1 กันยายน 2554

  หลักเกณฑ์การผ่อนผัน

นอกจากทางราชการจะยกเว้นให้แก่บุคคลบางประเภทไม่ต้องไปเข้ารับราชการเกณฑ์ทหารแล้ว ยังผ่อนผันให้แก่บุคคลบางประเภทเช่นกัน มีรายละเอียดดังนี้
   ๑. ผ่อนผันให้แก่บุคคลบางประเภทไม่ต้องไปตรวจเลือกเป็นการผ่อนผันให้เฉพาะคราว (มาตรา ๒๗)
     ๑.๑ ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยปัจจุบันทันด่วนให้ไปราชการอันสำคัญยิ่ง หรือไปราชการต่างประเทศโดยคำสั่งของเจ้ากระทรวง
     ๑.๒ ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการหรือโรงงานอื่นใด ในระหว่างที่มีการรบหรือการสงคราม อันเป็นอุปกรณ์ในการรบหรือการสงครามและอยู่ในความควบคุมของกระทรวงกลาโหม

     ๑.๓ บุคคลซึ่งกำลังปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยทหารในราชการสนาม กรณีตามข้อ ๑.๑, ๑.๒, และ ๑.๓ เจ้าตัวที่ถูกเรียกจะต้องนำหมายเรียก ฯ รายงานส่วนราชการต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อส่งรายชื่อพร้อมหลักฐานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนาทหาร ซึ่งจะได้สั่งผ่อนผันให้ตามระเบียบ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจในการผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน)
     ๑.๔ นักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ
        ๑.๔.๑ ถ้าเป็นทุนของกระทรวง ทบวง กรม หรือ ส่วนราชการใด โดยอยู่ในความประพฤติของผู้ดูแลนักเรียนไทย ของรัฐบาลไทยสำหรับประเทศนั้น ๆ สำนักงาน ก.พ.จะเป็นผู้ดำเนินการผ่อนผันต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนาทหารให้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะออกหนังสือผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร(แบบ สด.๔๑) ให้ไว้เป็นหลักฐานโดยมีเงื่อนไขว่า "ถ้าต้องออกจากการศึกษากลับจากต่างประเทศมาถึงประเทศไทยก่อนกำหนด หรือ ก.พ. ได้ขอถอนการผ่อนผัน การผ่อนผันเป็นอันยุติ" กรณีนี้เจ้าตัวจะต้องแจ้งด้วยตนเองต่อนายอำเภอภูมิลำเนาทหารและถ้าอายุยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกด้วย
        ๑.๔.๒ ถ้าเป็นทุนส่วนตัว ต้องให้บิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครอง ยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอภูมิลำเนาทหาร (อำเภอที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้แล้ว) พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้
          ๑.๔.๒.๑ หนังสือรับรองของสำนักศึกษา(ระบุว่าไปศึกษาวิชาอะไร หลักสูตรกี่ปีให้แปลเป็นภาษาไทยกำกับ ลงชื่อ ตำแหน่งผู้แปลด้วย)
          ๑.๔.๒.๒ หนังสือรับรองของสถานทูต หรือ สถานกงสุล หรือผู้ดูแลนักเรียนไทยในประเทศนั้น ๆ
          ๑.๔.๒.๓ สำเนาใบสำคัญ (แบบ สด.๙)
          ๑.๔.๒.๔ หมายเรียก ฯ (แบบ สด.๓๕) ถ้ามี
          ๑.๔.๒.๕ สำเนาทะเบียนบ้าน
     เมื่อทางอำเภอสอบสวนและพิจารณาแล้วเห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการผ่อนผัน ก็จะดำเนินการให้โดยส่งหลักฐานไปยังจังหวัดเมือผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้ว เห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ ก็จะออกหนังสือผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.๔๑) ให้ไว้เป็นหลักฐานโดยมีเงื่อนไขว่า "ถ้าต้องออกจากการศึกษา กลับจากต่างประเทศ มาถึงประเทศไทยก่อนกำหนด การผ่อนผันเป็นอันยุติ"กรณีนี้เจ้าตัวจะต้องแจ้งด้วยตนเองต่อนายอำเภอภูมิลำเนาทหารและถ้าอายุยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกด้วย
     ๑.๕ เกิดเหตุสุดวิสัย กรณีนี้ไม่มีการผ่อนผันล่วงหน้าแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยแม้จะได้ระมัดระวังแล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ทหารกองเกินเดินทางไปเข้ารับการตรวจเลือก ประสพอุบัติเหตุรถคว่ำหรือเรือล่มระหว่างเดินทาง จนไปเข้ารับการตรวจเลือกไม่ได้อย่างนี้ ก็ไม่ถือว่าหลีกเลี่ยงขัดขืน แต่การที่จะทราบว่าเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่นั้นจะทราบได้ต่อเมื่อทางอำเภอได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว
     ๑.๖ ไปเข้าตรวจเลือกที่อื่น ซึ่งต้องเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ คือ อายุ ๒๒-๒๙ ปีบริบูรณ์ถ้าได้รับหมายเรียกและไม่สามารถจะไปตามหมายนั้นได้เพราะไม่มีค่าพาหนะหรือจะไปไม่ทัน เมื่อนายอำเภอนั้นสอบสวนได้ความจริงก็จะรับเข้าตรวจเลือกตามระเบียบ
     ๑.๗ ป่วยไม่สามารถเข้ารับการตรวจเลือกได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ และเชื่อถือได้มาแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก กรณีนี้ต้องนำใบรับรองแพทย์ไปแสดงด้วย และเมื่อเสร็จการตรวจเลือกแล้ว ทางอำเภอจะเรียกตัวผู้ไปแจ้งสอบสวน และสอบสวนตัวผู้ป่วยด้วย หากป่วยจริงก็ไม่ถือว่าหลีกเลี่ยงขัดขืน ทางอำเภอจะมอบหมายเรียกให้มาเข้ารับการตรวจเลือกในปีถัดไป

   ๒. ผ่อนผันให้แก่บุคคลบางประเภทในกรณีที่มีคนพอ (มาตรา ๒๙)
     ๒.๑ บุคคลที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงบิดาหรือมารดาซึ่งไร้ความสามารถ หรือพิการทุพพลภาพ หรือชราจนหาเลี้ยงชีพไม่ได้และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู แต่ถ้ามีบุตรหลายคนจะต้องเข้ากองประจำการพร้อมกันคงผ่อนผันให้คนเดียวตามแต่บิดาหรือมารดาจะเลือก ถ้าบิดาหรือมารดาไม่สามารถจะเลือกได้ก็ให้คณะกรรมากรตรวจเลือกพิจารณาผ่อนผันให้หนึ่งคน
     ๒.๒ บุคคลที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงบุตรซึ่งมารดาตาย หรือไร้ความสามารถ หรือพิการทุพพลภาพ และบุคคลที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงพี่หรือน้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาซึ่งบิดามารดาตาย ทั้งนี้เมื่อบุตรหรือพี่น้องนั้นหาเลี้ยงชีพไม่ได้ และไม่มีผู้อื่นเลี่ยงดู การผ่อนผันตามข้อ ๒.๑ และ ๒.๒ จะต้องร้องขอผ่อนผันต่อนายอำเภอท้องที่ก่อนวันตรวจเลือกทหารไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน เพื่อนายอำเภอจะได้สอบสวนหลักฐานไว้ก่อนวันตรวจเลือก และต้องร้องขอต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อคณะกรรมการตรวจเลือกจะได้พิจารณา หากเห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ก็จะผ่อนผันให้ กรณีนี้เป็นการผ่อนผันเป็นปี ๆ ไป หากปีต่อไปยังมีความจำเป็นอยู่เช่นเดิม ก็ต้องขอผ่อนผันใหม่และปฏิบัติเช่นเดียวกับปีก่อน ๆ ถ้าไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ผ่อนผันเมื่อใด และอายุยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ ก็ต้องเข้ารับการตรวจเลือก